6 ท่าโยคะง่ายๆ กับยัย Work from Home

โยคะช่วยได้ เมื่อเราบอกตัวเองว่า “เราจะไม่ทน”

ในยุคของโควิด-19 เราและเพื่อนๆ หลายๆ คนก็คงจะ Work from home ตามมาตรการของบริษัทอยู่ใช่ไหมเอ่ย

ปกติ วันๆ เราก็นั่งนานกันอยู่แล้ว แต่การ Work from home ทำให้เรายิ่งต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมต่อเนื่องเป็นเวลานานมากขึ้น แถมยังต้องรอสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลา นี่มันทำให้เราปวดเมื่อย ล้าต้นคอ ช่วงบ่า ช่วงไหล่ รวมถึงช่วงหลัง อยู่บ่อยๆ และที่หนักไปกว่านั้น ก็คือ เมื่อยก้นมากๆ จนทำให้เราแทบทนไม่ไหวอีกต่อไป เพื่อนๆ หล่ะเป็นแบบนี้กันมั้ย 

เราจะไม่ทน กับอาการเมื่อยแบบนี้ อีกต่อไป

วันนี้ เราก็เลยเอาวิธีลดอาการ ปวด เมื่อย ล้า และการผ่อนคลาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ จากการที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมนานๆ  มาฝาก

โยคะง่ายๆ เล่นเองได้ที่บ้าน

โยคะง่ายๆเล่นเองได้ที่บ้าน

การออกกำลังกายด้วยท่าทางของโยคะ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “การเล่นโยคะ” นอกจากจะช่วยให้กล้ามเนื้อของเราได้ยืดเหยียด ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าแล้ว ยังช่วยป้องกัน “โรคออฟฟิศซินโดรม” ได้อีกด้วยนะ ซึ่งเหมาะเหม็งมากๆ กับสถานการณ์ช่วงนี้

และยิ่งไปกว่านั้น แก่นแท้ของโยคะ ก็ยังเป็นการฝึกการเชื่อมโยงกันระหว่างร่างกาย อารมณ์ และ สมาธิ ของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี

ข้อควรรู้ก่อนเล่นโยคะ

ก่อนที่เราจะไปเล่นโยคะกัน เรามารู้จักข้อควรรู้กันก่อนดีกว่า เพื่อที่เราจะได้เล่นโยคะได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บ ระหว่างการเล่นได้อีกด้วย

ข้อที่ 1 : เล่นให้ปลอดภัย

ในช่วงเริ่มต้นของการเล่นโยคะ เราควรค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่าเพิ่งรีบร้อน ค่อยๆ ฝึกการยืดตัว ค่อยๆ ฝึกการงอตัว ค่อยฝึกการทรงตัว ค่อยๆ ฝึกการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก หรือหากเพื่อนๆ คนไหนจริงจัง อยากจะมีครูผู้ฝึกสอนอยู่ข้างๆ กาย ก็จะดีมากๆ เพราะว่าครูเขาจะได้ช่วยแนะนำท่าที่ถูกต้อง และคอยจัดท่าทางเราให้เหมาะสมด้วย

ข้อที่ 2 : เลือกท่าให้เหมาะสม

เมื่อเพื่อนๆ เล่นโยคะด้วยตัวเอง ควรเลือกท่าทางให้เหมาะสมกับร่างกายของเราเอง และควรเลือกท่าที่มีการเชื่อมโยงระหว่างร่างกายกับสมาธิ เพื่อฝึกกำหนดลมหายใจ คลายความเครียด และเป็นการฝึกให้เรามีสมาธิมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย

ในช่วงแรกๆ ของการเล่นโยคะ หากเพื่อนๆ เลือกท่าที่ผาดโผน หรือเสี่ยงต่ออันตรายมากจนเกินไป อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องของกระดูกและข้อต่อต่างๆ ได้ หรือถ้าหากเพื่อนๆ อยากจะเล่นท่าที่ผาดโผนจริงๆ เราก็ขอแนะนำให้เพื่อนๆ มีครูผู้ฝึกอยู่ข้างๆ จะดีกว่านะ

ข้อที่ 3 : เหนื่อยก็ต้องพัก

เมื่อใดที่เริ่มเล่นโยคะแล้วรู้สึกเหนื่อยมากจนเกินไป มีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ หรือแม้กระทั่งอาการเหนื่อยก่อนการเล่น ให้เพื่อนๆ หยุดเล่นในทันที ไม่ควรที่จะฝืนเล่นต่อไปโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือเกิดอันตรายได้ ข้อนี้ต้องควรสังเกตตัวเอง และควรระวังไว้มากๆ นะ

ข้อที่ 4 : มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

หากเพื่อนๆ มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดัน โรคเบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ก่อนที่จะเริ่มเล่นโยคะ เพื่อนๆ ควรจะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถออกกำลังกายด้วยท่าทางโยคะได้นะ เพราะว่าโรคบางโรค จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และอาจต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ก่อน จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะทำให้เพื่อนๆ เล่นโยคะได้อย่างมีความสุข และลดความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายได้

ข้อที่ 5 : เล่นโยคะอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อนๆ ควรเล่นโยคะเป็นประจำและสม่ำเสมอ โดยอาจจะเริ่มจากสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละ 30 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 1 ชม. เป็นต้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ลดความตึงเครียด เพิ่มความคล่องตัว และยังลดอาการเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

และที่สำคัญ ก่อนเล่นทุกครั้งควรมีการวอร์มอัพ สัก 5-10 นาที เพื่อยืดเส้นยืดสายร่างกายก่อน และ เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้รู้ว่าเรากำลังจะออกกำลังกาย ช่วยลดการเกิดอาการบาดเจ็บในระหว่างการเล่นโยคะได้ แถมยังช่วยทำให้เราสามารถจัดระเบียบร่างกายได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วยนะ

เมื่อเรารู้จักข้อควรรู้แล้ว เราก็มาลุยกันเลยดีกว่า 

6 ท่าโยคะง่ายๆ เล่นเองได้ที่บ้าน

ท่าที่ 1 : ท่างู

ท่านี้บริหารกระดูกสันหลัง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำได้โดย

    1. นอนคว่ำแล้วดันลำตัวขึ้นด้วยสองมือให้ทำมุมกับพื้น 90 องศา
    2. ค่อยๆ แอ่นตัว พร้อมกับเงยศีรษะไปด้านหลัง
    3. เมื่อหน้าท้องรู้สึกตึงแล้วให้เกร็งท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที
    4. ค่อยๆ ดึงศีรษะกลับมาให้หน้า ขนานกับพื้น
    5. พักสัก 2-3 วินาที แล้วเงยศีรษะไปด้านหลังอีกครั้ง

ทำแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ แล้วค่อยๆ นอนคว่ำเหมือนเดิม

Yoga-โยคะ-ท่างู

ท่าที่ 2 : ท่าวัว

ท่านี้ช่วยยืดหยุ่นกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง ทำได้โดย

Yoga-โยคะ-ท่าวัว
    1. คุกเข่าในท่าสุนัข คือ ให้มือและเข่าทั้งสองข้าง ทำมุม 90 องศากับพื้น โดยที่ลำตัวขนานไปกับพื้น
    2. จากนั้นให้แอ่นหลังลงสุด ยกสะโพกและเงยหน้าขึ้น
    3. หากจัดท่าให้ถูกต้องจะรู้สึกตึงที่กระดูกสันหลัง เมื่อรู้สึกตึงแล้วให้เกร็งท่านี้ค้างไว้ 20 วินาที
    4. ค่อยๆ ดึงให้หลังขนานกับพื้นเหมือนเดิม
    5. พักสัก 2-3 วินาที แล้วแอ่นหลังลงสุดอีกครั้ง

        ทำแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ

ท่าที่ 3 : ท่านอนหงายบิดตัว

ท่านี้ช่วยยืดหยุ่นกระดูกสันหลัง ทำได้โดย

Yoga-โยคะ-ท่าบิดตัว
    1. นอนหงายลงบนพื้น แขนทั้งสองข้างชิดกับลำตัว
    2. กางแขนออกทั้งสองข้าง และงอเข่าข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นมาทับเข่าอีกข้างหนึ่ง
    3. หันหน้าไปคนละข้างกับเข่าที่งอ
    4. ทำท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที 
    5. ค่อยๆ ดึงแขน และเข่า กลับมาในท่านอนหงายเหมือนเดิม
    6. พักสัก 2-3 วินาที แล้วทำท่าเดียวกันนี้ โดยงอเข่าอีกข้าง

        ทำแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ (1 รอบ งอเข่าครบ 2 ข้าง)

ท่าที่ 4 : ท่าอูฐ

ท่านี้ช่วยยืดหยุ่นลำตัว ทำได้โดย

    1. นอนคว่ำแล้วดันลำตัวขึ้นด้วยสองมือให้ทำมุมกับพื้น 90 องศา
    2. ค่อยๆ แอ่นตัว พร้อมกับเงยศีรษะไปด้านหลัง
    3. เมื่อหน้าท้องรู้สึกตึงแล้วให้เกร็งท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที
    4. ค่อยๆ ดึงศีรษะกลับมาให้หน้า ขนานกับพื้น
    5. พักสัก 2-3 วินาที แล้วเงยศีรษะไปด้านหลังอีกครั้ง

ทำแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ แล้วค่อยๆ นอนคว่ำเหมือนเดิม

Yoga-โยคะ-ท่าอูฐ

ท่าที่ 5 : ท่าพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

ท่านี้ช่วยยืดกระดูกสันหลังด้านข้าง ทำได้โดย

Yoga-โยคะ-ท่าพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
    1. ยืนตรง แล้วยกแขนทั้งสองข้างประกบขึ้นเหนือศีรษะ
    2. เอียงตัวไปข้างใดข้างหนึ่ง แล้วค้างไว้ 10 วินาที
    3. เอนไปอีกข้าง แล้วค้างไว้ 10 วินาที
    4. จากนั้นก็กลับมายืนตรงเหมือนเดิม

ทำแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ โดย 1 รอบเท่ากับ การเอนศีรษะ 2 ข้าง

ท่าที่ 6 : ท่าสะพาน

ท่านี้ช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดเอว ทำได้โดย

    1. นอนหงาย ชันเข่า แล้วยกเอวกับสะโพกขึ้น 
    2. เอาแขนทั้งสองข้างแนบลำตัว
    3. เอามือแตะที่สันเท้า
    4. ทำท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที แล้วค่อยๆกลับมานอนหงายเหมือนเดิม
    5. พักสัก 2-3 วินาที แล้วทำซ้ำ

ทำวนไปแบบนี้เป็นจำนวน 3 รอบ

Yoga-โยคะ-ท่าสะพาน

ส่วนระยะเวลาที่จะใช้ในการเล่นโยคะท่าต่างๆ เพื่อนๆ สามารถดีไซน์ได้ตามที่ต้องการได้เลยนะ
แต่อย่าลืมคำนึงถึงความเหมาะสม เพื่อลดอาการการบาดเจ็บ และลดโอกาสที่จะเกิดอันตรายกันด้วยนะ

เมื่อเพื่อนๆ ได้ลองทำทั้ง 6 ท่านี้แล้ว เพื่อนๆ จะรู้สึกได้เลยว่า ต้นคอที่เคยปวด ช่วงบ่าที่เคยล้า ช่วงไหล่ที่เคยติด และช่วงหลังของเพื่อนๆ จะผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากเพื่อนๆ เล่นโยคะแบบนี้เป็นประจำสม่ำเสมอแล้วละก็ เพื่อนๆ ก็จะลืมอาการเมื่อยล้าไปเลย แถมยังช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า
แค่นี้เพื่อนๆก็ได้คลายกล้ามเนื้อไปแล้วตั้งหลายนาทีแน่ะ เยี่ยมมากๆ
วันหลังเราจะกลับมาแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้อีกนะ เอ็นจอยกับการเล่นโยคะง่ายๆ ที่บ้านกันนะคะ

อ้างอิง :