แคลเซียม ปลอดภัยต่อร่างกายจริงหรือ?
เมื่อพูดถึงกระดูก แคลเซียมมักเป็นแร่ธาตุตัวแรก ๆ ที่เรานึกถึง แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกาย การได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอในระยะยาวโดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนซึ่งอาจทำให้เกิดกระดูกหักหรือยุบตัวลงได้ แต่รู้หรือไม่ว่าแม้แคลเซียมจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่การทานแคลเซียมไม่ถูกวิธีอาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี
ผู้เชี่ยวชาญจาก John Hopkin University School of Medicine เปิดเผยข้อมูลจากการติดตามผลการรับประทานแคลเซียมจากคนจำนวน 2,700 คน เป็นเวลา 10 ปี พบว่าการรับประทานแคลเซียมเสริมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ขณะที่การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมกลับมีฤทธิ์ในการปกป้องหลอดเลือดและหัวใจ
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Korean National Health Insurance Service พบว่าการรับประทานแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบ และอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมทานแคลเซียมแล้วยังเป็นโรคกระดูกพรุนอยู่?
แม้ว่าแคลเซียมจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง มีข้อมูลว่าการรับปะทานแคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เกี่ยวข้องกับการเต้นของหัวใจและการแข็งตัวของเลือด แต่คุณเคยทราบไหมว่าแคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละรูปแบบมีการดูดซึมและให้ปริมาณแคลเซียมที่แตกต่างกันไป บางชนิดดูดซึมได้ไม่ดีและยังทำให้เกิดปัญหาเรื่องท้องผูก หรือแคลเซียมบางชนิดถูกดูดซึมได้ดีมากแต่กลับให้ปริมาณแคลเซียมที่ต่ำมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้เราได้ปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและยังเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนอยู่ดีแม้จะทานแคลเซียมอยู่ก็ตาม
โดยทั่วไปในท้องตลาดแคลเซียมจะอยู่ในรูปของเกลือคาร์บอเนต เรียกว่าแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน มีผลการวิจัยยืนยันว่าเซลล์ของลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้จำกัด คือ ดูดซึมได้ประมาณ 15-20% ของปริมาณที่รับประทานเท่านั้น จึงเกิดการตกค้างของแคลเซียมในร่างกาย
การทานแคลเซียมเสริมอาหารก่อให้เกิดอันตรายต่อร่ายกายได้อย่างไร??
การรับประทานแคลเซียมไม่ถูกวิธีกลับก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่น การได้รับแคลเซียมในปริมาณที่สูงเกินไป และไม่ถูกดูดซึมอาจทำให้เกิดการสะสมจนก่อให้เกิดอันตราย เช่น แคลเซียมอาจจะสมเกิดเป็นหินปูนที่เต้านม หรือหากเกิดการสะสมในไตก็อาจก่อให้เกิดนิ่ว หรืออาจไปสะสมเป็นหินปูนอยู่บริเวณผนังของหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็ง หรืออาจไปสะสมที่ลิ้นหัวใจ หรือที่เยื่อหุ้มหัวใจ หากเกิดขึ้นกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่งผลให้หลอดเลือดเกิดภาวะตีบตันและนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ในที่สุด
ทานแคลเซียมอย่างไรให้เกิดประโยชน์และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
พบว่าร่างกายจะมีมวลกระดูกสูงสุดเมื่ออายุ 25-30 ปี หลังจากอายุ 35 ปี มวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง แต่ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างแคลเซียมได้เอง ดังนั้นการทานแคลเซียมเสริมจึงเป็นตัวเลือกที่คนมักนึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกรับประทานแคลเซียมเพื่อให้เกิดประโยชน์และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น
รูปแบบของแคลเซียมที่รับประทาน
แคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละรูปแบบมีการดูดซึมและให้ปริมาณแคลเซียมที่แตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอในแต่ละวันจึงควรเลือกแคลเซียมที่ดูดซึมได้ดีและให้ปริมาณแคลเซียมได้มาก
วิตามินที่ช่วยเพิ่มการดูดซึม
เพื่อให้การทานแคลเซียมเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง จึงควรมีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยการดูดซึมแคลเซียม กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก เช่น
- วิตามินดี : วิตามินดีช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียม แหล่งหลักของวิตามินดีที่สำคัญมาจากแสงแดด แต่จากข้อมูลพบว่าคนไทยโดยส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จึงอาจมีความจำเป็นต้องรับประทานวิตามินดีเสริม
- วิตามินเค : วิตามินเค ทำงานร่วมกันกับวิตามิน D ในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก และยับยั้งการสะสมของแคลเซียมที่หลอดเลือด และเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของหินปูน (Vascular calcification, soft tissue calcification)
แร่ธาตุเสริมความแข็งแรงของกระดูก
นอกจากแคลเซียม ยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน เช่น แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส เป็นต้น
วิธีการรับประทานแคลเซียม
เพราะ 99% ของแคลเซียมในร่างกายอยู่ในกระดูกและฟัน ส่วนอีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือด เพื่อช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น การรักษาระดับแคลเซียมในเลือดตลอดช่วงเวลาในแต่ละวันจึงมีความจำเป็นเนื่องจากปัจจัยที่ร่างกายได้รับอาจส่งผลลดปริมาณแคลเซียมในเลือด เช่น การรับประทานชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมจะเพิ่มการขับออกของแคลเซียมในเลือดออกทางปัสสาวะ เป็นต้น ซึ่งหากปริมาณแคลเซียมในเลือดลดลงจนไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายแคลเซียมออกจากกระดูก เมื่อแคลเซียมถูกดึงออกมามากจึงเพิ่มโอกาสในการเกิดกระดูกพรุนและเปราะและแตกหักได้ง่ายแม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย การรับประทานแคลเซียมจึงควรรับประทานแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม อย่างน้อย 2 ช่วงเวลา เพื่อคงระดับแคลเซียมในเลือดให้มีระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา
Aquamin Calcium แตกต่างจากแคลเซียมทั่วไปอย่างไร
อะควอมินแคลเซียม เป็นแคลเซียมธรรมชาติจากสาหร่ายสีแดง สายพันธุ์ Lithothamnion sp จากเกาะไอซ์แลนด์และฝั่งใต้ของไอร์แลนด์ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่ดีที่สุด เนื่องจากบริเวณที่เป็นทะเลที่สะอาด ปลอดมลภาวะ ต้องใช้เวลากว่า 5 ปี จึงจะได้สาหร่ายที่โตเต็มที่ อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุกว่า 74 ชนิด เป็นแคลเซียมที่มีผลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือได้รับการตีพิมพ์กว่า 20 ฉบับ
อะควอมินแคลเซียม ถูกดูดซึมในลำไส้ได้ดีเนื่องจากมีโครงสร้างที่เป็นรูพรุนคล้ายรังผึ้งทำให้มีพื้นที่ผิวที่มากกว่าแคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนถึง 10 เท่า ดังนั้นน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดจึงทำให้เกิดการแตกตัวและดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมทั่วไป
รูปโครงสร้างแคลเซียมธรรมชาติจากอะควอมิน
รูปโครงสร้างแคลเซียมจากหินปูน
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยยืนยันว่าอะควอมินแคลเซียมไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของหินปูนในหลอดเลือดเมื่อรับประทานไปมากกว่า 4 ปี มีคุณสมบัติช่วยลดการหลั่งพาราไทรอยด์ฮอร์โมน จึงช่วยลดการดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ลดการอักเสบของข้อต่อจึงช่วยให้ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกอักเสบลดปริมาณการรับประทานยาลดปวดอักเสบ (NSAIDs) ถึง 50% และไม่ก่อให้เกิดนิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนี้ Aquamin calcium plus D3 ยังมีวิตามิน D3 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียม มีวิตามิน K1 ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกและช่วยยับยั้งการเกิดหินปูนที่หลอดเลือด มีแมกนีเซียม ซิงค์ และแร่ธาตุอื่นที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
เอกสารอ้างอิง
- Park JM., et al. Calcium Supplementation, Risk of Cardiovascular Diseases, and Mortality: A Real-World Study of the Korean National Health Insurance Service Data Available from : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC9230596/
- Johns Hopkins Medicine. Calcium Supplements May Damage the Heart Available from : https://www.hopkinsmedicine.org/news/media/releases/calcium_supplements_may_damage_the_heart
- สรุจ เล็กสุขศรี, อรนิภา วงศ์สีลโชติ. เสริม “แคลเซียม” อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2565 จาก file:///C:/Users/Pharmacist%201/Downloads/20191005
- ให้ได้ผล สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2565 จาก https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/line
- โรงพยาบาลกรุงเทพ. รู้จักแคลเซียมให้ดีกว่าเดิม สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2565 จาก https://www.bangkokhospital.com/content/calcium
- Bamrungrad international hospital. หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2565 จาก https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2020/calcified-plaques-increase-risk-heart
- โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4. เคลียร์ชัดๆ กิน “แคลเซียม” ช่วย “เสริมกระดูก” ได้จริงหรือไม่ สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2565 จาก https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details
