9 ความลับที่คุณยังไม่รู้
พลังงานในร่างกาย
Cell Energy หรือ พลังงานของเซลล์ เปรียบได้กับแบตเตอรี่ของนาฬิกา เมื่อขาดพลังงานของเซลล์ ร่างกายของเราก็เหมือนกับนาฬิกาที่แบตเตอรี่หมด ต่างกันเพียง เมื่อเราเปลี่ยนแบตเตอรี่ นาฬิกาจะสามารถกลับมาเดินใหม่ได้ แต่แบตเตอรี่ของร่างกาย หากเราปล่อยให้หมดไป แปลว่า ลมหายใจสุดท้ายของเราได้จากไปพร้อมพลังงานเฮือกสุดท้ายนั้นแล้ว
โปรดอย่าทานอาหารเพียงเพื่อให้อิ่ม เพราะสารอาหารที่ร่างกายของเราได้รับ ขึ้นอยู่กับอาหารที่เราทาน ในวัยเด็กร่างกายเราสามารถสร้างพลังงานได้สูงมาก ระบบย่อยอาหารยังสมบูรณ์ นอนหลับพักผ่อนได้อย่างง่ายดาย และยาวนาน เมื่อบาดเจ็บ ก็หายได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันที่ความเสื่อมชรา ก็ได้พัฒนาตามอายุของเรา นั่นคือ เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้น เราจะทานอาหารได้น้อยลง เพราะท้องอืดแน่นง่าย นอนหลับยากขึ้น ตื่นกลางดึกบ่อย เครียดง่าย รวมถึง ร่างกายที่เสื่อมชรา จะหายจากอาการเจ็บป่วยช้ากว่าในวัยเด็กเสมอ
ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ได้พาเราไปพบกับอีกหนึ่งความลับของร่างกายของเรา นั่นคือ ระดับพลังงานในร่างกายของเรา ที่แตกต่างกันตามวัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
สารบัญ
ความลับที่ 3. พลังงานในร่างกาย
หากขาดพลังงาน เราจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะร่างกายเราอยู่ได้ด้วยพลังงาน เราต้องใช้พลังงานในการหายใจ ในการเต้นของหัวใจ ในการสั่งการของสมอง และในทุกๆ อย่าง รวมถึง เรายังต้องใช้พลังงานเพื่อการซ่อมแซมฟื้นฟูร่างกาย เพื่อผลิตสารที่จำเป็นต่างๆ อีกมากมาย รวมทั้งสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และระบบที่สำคัญอื่นๆ ของร่างกาย
การผลิตพลังงาน ATP ผ่าน Krebs Cycle นั้น เราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ นอกจากสารอาหารที่ให้พลังงานแล้ว เรายังต้องการสารจำเป็นอื่น ๆ ทั้งเอนไซม์, โค เอนไซม์ (ส่วนใหญ่คือประเภทวิตามิน) และโคแฟคเตอร์ (ส่วนใหญ่คือเกลือแร่) ซึ่งหากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะทำให้กระบวนการทำงาน และสร้างพลังงานของร่างกาย ไม่สมบูรณ์ หรือสร้างได้ลดน้อยถอยลง
หมายเหตุ
-
- Adenosine Tri Phosphate (ATP) คือ สารประกอบที่สลายตัวให้พลังงานสูง
- Krebs Cycle คือ วัฏจักรการเปลี่ยนสารอาหารของร่างกาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และพลังงาน
ร่างกายสร้างพลังงานได้อย่างไร
ร่างกายของเรา ต้องได้รับอาหารครบ 5 หมู่ รวมถึงการได้รับเอนไซม์, โคเอนไซม์ และ โคแฟคเตอร์ (วิตามิน และ เกลือแร่ รวมถึง แร่ธาตุต่างๆ)
เมื่อร่างกายทำการย่อยอาหารที่เราเลือกทานเข้าไปแล้ว เราต้องมีระบบทางเดินอาหารที่มีความพร้อม เพื่อที่จะดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นด้วย ลำไส้ต้องสะอาด มีสมดุลย์ของจุลินทรีย์หรือ แบคทีเรีย ที่มีประโยชน์มากเพียงพอ
เมื่อสารอาหารถูกดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก เข้าสู่กระแสเลือดของเราแล้ว สารอาหารเหล่านั้นจะถูกขนส่งไปโดยเม็ดเลือด ดังนั้น เราต้องมีเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีความแข็งแรง ไม่เสียหาย หรืออ่อนแอ เปรียบเสมือนเม็ดเลือดของเรา เป็นรถขนส่งที่สมบูรณ์ ไม่พังกลางทาง
หลอดเลือดของเราต้องมีความสะอาด เปรียบเสมือนถนนที่ต้องเรียบ ไม่มีขยะ และสิ่งกีดขวาง เช่น ไขมัน ลิ่มเลือดที่อุดตัน ตะกอนแคลเซียม หรือสิ่งอื่นใด ที่ทำให้หลอดเลือดแคบลง โดยเฉพาะหลอดเลือดฝอยต่างๆ เพื่อให้เม็ดเลือดสามารถขนส่งสารอาหาร และออกซิเจน ไปสู่ที่หมายปลายทาง คือ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเรา ได้อย่างสะดวก
เมื่อสารอาหารไปถึงเซลล์ต่างๆ แล้ว เซลล์จะรับสารอาหารโดยการดูดซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ ซึ่งจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความต่างศักย์ไฟฟ้ารอบผิวของเซลล์ หรือ CMV; Cell Membrane Voltage โดยที่ความต่างศักย์นั้น ต้องมีมากพอที่จะแลกเปลี่ยนสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์ และขับของเสียที่เกิดจากการผลิตพลังงานในเซลล์ออกจากเซลล์ ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารอย่างครบถ้วนเพียงพอ แต่หากเซลล์ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ แล้วยังไม่สามารถขับของเสียออกนอกเซลล์ได้ เซลล์จะมีประสิทธิภาพลดลง จนอวัยวะเสื่อมลงตามไปด้วย ทำให้รับพลังงานได้ไม่เต็มที่ และหากพลังงานยังลดต่ำลงเรื่อยๆ อาจถึงจุดที่ DNA ของเซลล์ถูกโจมตี จนเซลล์ต้องปรับตัวเองเพื่อการอยู่รอด จนเกิดเป็นเซลล์มะเร็งขึ้นมานั่นเอง
ความต่างศักย์ไฟฟ้ารอบผิวเซลล์ หรือ CMV จะเพิ่มขึ้นได้ เมื่อเกิดการสั่นสะเทือนของเซลล์ โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และในปัจจุบัน ได้มีการนำเอาสนามแม่เหล็กชนิดอ่อน มากระตุ้นความต่างศักย์ไฟฟ้ารอบผิวเซลล์อีกวิธีหนึ่งด้วย
กฎของธรรมชาติ ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่เสีย เช่นเดียวกัน การที่ร่างกายของเราสร้างพลังงาน เราก็จะได้รับผลอื่นๆ ตามมา เช่น อนุมูลอิสระต่างๆ ดังนั้น เราจึงต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อสร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้มากเพียงพอต่ออนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต และดำรงชีวิตของเรา
สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างพลังงานในระดับเซลล์
โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งตระกูลเบอร์รี่สีแดง เป็นยาบำรุงชั้นดีที่นิยมรับประทานในหมู่ชาวจีน เป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนถึง 18 ชนิดและมีแร่ธาตุที่สำคัญมากมายที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีโพลิแซ็กคาไรด์ 22 ชนิด โดยมี 4 ชนิดที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นตัวควบคุมและนำพาคำสั่งต่างๆซึ่งเซลล์ของร่างกายใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ทำให้ระบบของร่างกายที่งานได้อย่างสมบูรณ์และนำไปใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ได้
สาหร่ายสไปรูรินา หรือ สาหร่ายเกรียวทอง เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เป็นพืชที่อุดมไปด้วยโภชนาการอาหารหลายชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ที่ช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบินที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์และอวัยวะต่างๆของร่างกาย นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามินบี แร่ธาตุต่างๆ ทั้งที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
วิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 1,3,6,12 มีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตพลังงานในเซลล์ เนื่องจากเป็นตัวช่วยในกระบวนการขนส่งอิเล็กตรอนในไมโตรคอนเดรียที่เป็นแท่นผลิตพลังงานของเซลล์ในร่างกาย ช่วยในกระบวนการเผาผลาญทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน และทำให้การย่อยอาหารและการดูดซึมดีขึ้น
แอล-คาร์นิทีน เป็นสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างเองได้จากกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ Lysine และ Methionine และยังพบได้ในอาหารจากสัตว์เนื้อแดง ผักบางชนิดเช่น อโวคาโด และถั่วหมัก มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานระดับเซลล์ โดยช่วยในการลำเลียงไขมันผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของกล้ามเนื้อและใช้นำไปในกระบวนการ Fatty acid oxidation ในไมโตรคอนเดรีย เพื่อไปเป็นแหล่งในการผลิตพลังงานหลักสำหรับหัวใจและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความไวของตัวรับอินซูลิน เพิ่มการใช้น้ำตาลในเนื้อเยื่อส่วนปลาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน
เป็นสาหร่ายขนาดเล็กที่พบได้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เนื่องจากสาหร่ายชนิดนี้ต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ขาดอาหารและน้ำ และเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาวเย็นเกินปกติ มันจึงปรับตัวเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดโดยผลิตสารสีแดงซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “แอสตาแซนธิน” ขึ้นมาไว้ใช้เป็นเกราะปกป้องนิวเคลียสของเซลล์จากภาวะขาดน้ำและอาหาร โดยแอสตาแซนธิน จัดว่าเป็นสุดยอดของสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าวิตามินซีถึง 6000 เท่า และ “แอสตาแซนธิน” เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระไม่กี่ตัวที่ไม่มีฤทธิ์เร่งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน(Pro-oxidants)
เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ผลิตพลังงาน(ATP)ต่างๆภายในเซลล์ โดยแต่ละโมเลกุลของ ATP จะจับกับแมกนีเซียมไอออน(Mg2+) เป็น Mg-ATP ซึ่งเป็นโคแฟคเตอร์ ในกระบวนการทำงานต่างๆและส่งพลังงานภายในเซลล์ นอกจากนี้ยังช่วยในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตอีกด้วย
โคเอนไซม์คิวเทน เป็นสารอาหารคล้ายวิตามิน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับไมโตรคอนเดรียที่เปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ มีหน้าที่ในการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ โดยการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานผ่านทางกระบวนการที่มีชื่อว่า Kreb’s cycle ดังนั้นอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลาอย่างเช่น หัวใจ สมอง และ ต่อมหมวกไต จึงมีความต้องการ โคเอนไซม์คิวเทน เป็นอย่างมาก
กรดอัลฟาไลโปอิค เป็นสารคล้ายวิตามิน มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน เนื่องจากเป็นโคเอนไซม์ หรือตัวช่วยเอนไซม์เพื่อให้สร้างพลังงาน ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึมของเซลล์ เพิ่มพลังงานและความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์
กรดโฟลิคเราคงจะคุ้นหูมากเวลาที่เรามีภาวะโลหิตจาง หรือ รับประทานตอนตั้งครรภ์ เนื่องจากมีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง และการสร้างระบบประสาทตั้งแต่เป็นทารก แต่นอกเหนือไปกว่านั้นกรดโฟลิคยังมีบทบาทในการเป็นโคเอ็นไซม์ ที่ช่วยในการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ มีความสำคัญต่อการแบ่งตัวและการสร้างเซลล์ใหม่ได้ดี และช่วยในการเมตาบอลิซึมของโปรตีนด้วย
เบต้ากลูแคน เป็นสารที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย โดยหน้าที่หลักของ เบต้ากลูแคน คือ จะไปกระตุ้นการทำงานของแมคโครฟาจ ให้มีความขยันขันแข็ง ไม่ต้องรอให้สิ่งแปลกปลอมมากระตุ้นก็พร้อมที่จะทำงานทุกสถานการณ์ เมื่อร่างกายเกิดสภาวะที่ภูมิต้านทานอ่อนแอ เช่น ขาดการพักผ่อน ทำงานหนัก ไม่สบายมาเป็นเวลานาน ทำให้เม็ดเลือดขาวมีความอ่อนล้า จนไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกันสิ่งแปลกปลอมได้ เบต้ากลูแคนจะไปช่วยเพิ่มพลังให้กับเม็ดเลือดขาวเหล่านั้น
นอกเหนือจากบทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว สังกะสียังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานระดับเซลล์ โดยเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาวชนิด ที ลิมโฟไซท์ (T-lymphocyte) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่สำคัญในต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ นอกจากนี้สังกะสียังเกี่ยวข้องกับเอนไซม์มากกว่า 200 ชนิด ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระและ การสร้างหน่วยพันธุกรรมอย่างดีเอ็นเอ โดยพบว่าระดับของสังกะสีจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้ เราจะเข้าใจสภาพร่างกายของเรามากขึ้นทันที ว่าเดิมที ที่เราคิดว่า เราอายุมากขึ้นทำให้ร่างกายเราเสื่อมลงนั้น ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะในความเป็นจริง เราสามารถคอยเติมพลังงานให้เซลล์ในร่างกายของเราได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ เมื่อคุณล่วงรู้ความลับทั้ง 9 ข้อ ของการมีสุขภาพดีแบบบูรณาการแล้ว คุณจะรู้ว่า การมีสุขภาพดี สร้างได้ไม่ยากเลย
ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Vitech ENCONDIA 30 แคปซูล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอ็นคอนเดีย (ตรา ไวเทค) ช่วยในการผลิตพลังงานในเซลล์ และมีส่วนช่วยในกระบวนการซ่อมแซม บำรุงร่างกาย เพิ่มระบบการเผาผลาญ เหมาะกับผู้ที่อ่อนเพลีย เมื่อยล้า หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
