9 ความลับที่คุณยังไม่รู้
หลอดเลือดสะอาด
หลอดเลือด คือ เส้นเลือดทั้งหมดที่กระจายไปยังทุกส่วนในร่างกายของเรา ระบบหลอดเลือดของเราถูกสร้างตั้งแต่ตอนเราเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดา ดังนั้นหลอดเลือดของเราจึงมีอายุขัยมากกว่าอายุตามกฎหมายของเรา ที่เริ่มนับ 1 เมื่อตอนเราคลอดออกจากครรภ์มารดา หรือเรียกได้ว่า มีการใช้งานหลอดเลือดในร่างกายของเรา ก่อนที่กฎหมายจะรับรองการมี “สภาพบุคคล” ของเราทุกคนเสียอีก
หลอดเลือด ทำหน้าที่เป็นเส้นทาง เปรียบเสมือนถนนเส้นทางต่างๆ ในร่ายกาย ที่เลือดใช้ลำเลียงขนส่ง สารอาหาร ออกซิเจน ระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน และอื่นๆ ไปยังบริเวณต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยมีศูนย์กลางการสูบฉีดเลือด ที่ทำหน้าที่เหมือนปั๊ม คือ หัวใจ ของเรานั่นเอง
เมื่อใดที่ถนนสกปรก จากคราบตะกรันของไขมันจับที่เส้นเลือด หรือ เกิดการทำลายหลอดเลือดด้วยอนุมูลอิสระต่างๆ จนทำให้หลอดเลือดไม่สะอาด การจราจรขนส่งสารอาหาร ออกซิเจน ฯ ไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายก็จะติดขัด เลือดเดินทางไปยังบริเวณต่างๆ ไม่สะดวก ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะได้น้อยลง เกิดการขาดเลือดฉับพลัน หรือ เกิดการก่อตัวของลิ่มเลือดไปอุดตันอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญ และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา อย่างเช่น โรคหัวใจ หรือสมองขาดเลือด เป็นต้น
โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งความน่ากลัวอยู่ตรงที่ว่า โรคเหล่านี้เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการเมื่อเริ่มต้น เป็นภัยเงียบ ภัยร้าย ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็อาจจะเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือ สโตรก Stroke กลายเป็นอัมพาต หรือทำให้คนที่รักจากไปอย่างกระทันหัน โดยไม่ทันตั้งตัว โดยพบว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 40% ของผู้ป่วยทั้งหมดนั้น เสียชีวิตทันทีโดยไม่ได้คาดคิด หรือไม่ได้มีโอกาสรู้ตัวมาก่อนว่าตนเองเป็นโรคดังกล่าว ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตัวเรา หรือคนที่เรารัก เป็น 1 ใน 40% ที่เสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้รู้ตัว หรือไม่ทันได้ร่ำลา คำแนะนำที่ดีที่สุด คือการ “ป้องกัน” ไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าปล่อยให้เป็นแล้วค่อยมาดูแล อาจไม่ทันการ
สารบัญ
ความลับที่ 6. ร่างกายต้องมีหลอดเลือดที่สะอาด
การดูแลหลอดเลือด ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา ไม่ได้เป็นเพียงการรับประกันว่า จะไม่เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน เหมือนกรณีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แต่ยังถือเป็นการดูแล รักษา ยืดอายุ และลดความเสื่อมของอวัยวะภายในต่างๆ ของเราอีกด้วย
กลไกความเสื่อมของหลอดเลือด ที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น เริ่มจาก การแทรกตัวของไขมันชนิดเลว LDL Cholesterol เข้าสู่ผนังของหลอดเลือดแดง เมื่อไปรวมกับอนุมูลอิสระที่ร่างกายเราสร้างขึ้นอย่างเป็นปกติแล้ว จะเกิดการเกาะ และจับตัวกัน ตามผนังของหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดออกซิเดชั่นของไขมัน LDL cholesterol กลายเป็น Oxidized-LDL cholesterol ซึ่งร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามกำจัดสิ่งที่เกาะตามผนังของหลอดเลือดแดงออก ด้วยการส่งเหล่าเม็ดเลือดขาวมาบุกจับกิน จนก่อให้เกิดกระบวนการอักเสบภายในหลอดเลือด และมีการสร้างเส้นใยต่างๆ มาซ่อมแซมร่องรอยที่ผนังของหลอดเลือด เหมือนกับที่ร่างกายสมานผิวให้ติดกันเมื่อตอนเรามีบาดแผล ในหลอดเลือดก็เช่นกัน ในขั้นตอนของการรักษาบาดแผลภายในหลอดเลือด จะเกิดคราบพลาคเกาะตามหลอดเลือด จนเป็นที่มาของการเกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบและเกิดการแข็งตัว
การป้องกันภาวะหลอดเลือดอักเสบและแข็งตัว
ลดการเกิดคอเลสเตอรอลชนิดเลวในเลือด
ในเมื่อ LDL cholesterol เป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว เราก็ควรจะลดต้นตอของปัญหา คือ ควบคุมการบริโภคอาหาร โดยให้ลด ละ เลิก การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันเลว และเลือกรับประทานอาหารที่ดี ที่ช่วยลดไขมันตัวเลวในร่างกายไปด้วยพร้อมๆ กัน เช่น กระเทียม, น้ำมันปลา, สเตอรอลที่ได้จากพืช เป็นต้น ร่วมกับการออกกำลังกาย
ขจัดสารก่ออนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุให้เกิด oxidized LDL cholesterol
เนื่องจากร่างกายมีการสร้างอนุมุลอิสระขึ้นอยู่ตลอดเวลา จากการทำงานของร่างกาย เช่น การย่อยอาหาร, การเผาผลาญอาหาร, การหายใจ ฯ ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และร่างกายของเรายังได้รับอนุมูลอิสระ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การอดนอน ความเครียด การมีโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง ฯ รวมถึง การรับอนุมูลอิสระ จากปัจจัยภายนอก เช่น การสูดดมสารพิษ การอยู่ท่ามกลาง ฝุ่น ควัน มลพิษ แสงแดด เป็นต้น จึงเป็นเรื่องยากที่เราจะหลีกเลี่ยงอนุมูลอิสระ ดังนั้น การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก
ลดการอักเสบหลอดเลือด
การลดการอักเสบของหลอดเลือด เป็นการลดอาการบาดเจ็บภายในผนังหลอดเลือด เพื่อไม่ให้ร่างกายสร้างเส้นใย หรือ พลาค ขึ้นเกาะแข็งตามบริเวณที่เกิดการอักเสบ ในปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า มีสารอาหารมายมาย ที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และสารอาหารบางชนิด ยังช่วยลดการอักเสบได้ในระดับเซลล์ รวมถึงสามารถลดการอักเสบของหลอดเลือดได้ เช่น โอเมก้า 3, ขมิ้นชัน, สารสกัดจากผลกุหลาบป่า (โรสฮิป) เป็นต้น
เพิ่มพลังงานให้แก่อวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจ
นอกจากหลอดเลือดจะถูกสร้าง ตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์มารดาแล้ว อวัยวะสำคัญเช่น หัวใจ ก็ถูกสร้างมาตั้งแต่เราได้รับอนุญาตให้มีชีวิตในครรภ์มารดาเช่นเดียวกัน การดูแลหัวใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหัวใจของเราทำงานหนักตลอดเวลา เพื่อคอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ในร่างกายของผู้มีภาวะการไหลเวียนของเลือดไม่ดี หรือมีปัญหาหลอดเลือด หัวใจยิ่งทำงานหนักมากขึ้น ต้องเพิ่มความดันในหลอดเลือดให้สูงขึ้น หัวใจย่อมต้องเกิดความอ่อนล้าเป็นธรรมดา การเพิ่มพลังงานให้แก่หัวใจ ด้วยสารอาหารที่ช่วยในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจ คือ โคเอนไซม์ คิว เท็น ซึ่งพบมากในอาหารจำพวก บล็อคโคลี่ ถั่ว ผักโขม และถั่วเหลือง
ในคนปกติที่มีโภชนาการที่ดี มีการพักผ่อนนอนหลับอย่างมีคุณภาพ อยู่ในที่ปลอดภัยไร้มลพิษ มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ร่างกายจะสามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้ดีกว่าคนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ หรือไม่รักษาสมดุลให้แก่ร่างกาย แต่การปล่อยผ่านจนเป็นโรค ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่เราอยากให้คุณเลือก หากคุณยังเหลือทางเลือก เราจึงอยากให้คุณเลือกที่จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะจากอาหารที่ดี มีประโยชน์ หรือจากสารสกัดจากอาหารในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ตาม
สารอาหารสำคัญสำหรับการดูแลหลอดเลือดและหัวใจ
การป้องกันตัวเองจากภาวะหลอดเลือดอักเสบและเกิดการแข็งตัว ทำได้ง่าย เนื่องจากทุกความเจ็บไข้ได้ป่วย มีอาหารเป็นตัวแปรทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่โรคหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวพันโดยตรงกับอาหารที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกาย
ในน้ำมันปลา อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่มีองค์ประกอบสำคัญ คือ กรดไขมัน 2 ชนิด ได้แก่ EPA และ DHA มีคุณสมบัติในการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และลดการอักเสบที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจและสมองขาดเลือด โดยมีงานวิจัยชื่อว่า GISSI trial พบว่าการรับประทานน้ำมันปลา ช่วยป้องกันหัวใจขาดเลือดได้ นอกจากนี้การรับประทานโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลา ยังช่วยรักษาสมดุลของโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ในร่างกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเมื่อรับประทานโอเมก้า 6 เข้าไปในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนไปเป็น อีโคซานอยด์ชนิดเลว ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย พบได้มากจากไขมันสัตว์ ไขมันพืช แต่โอเมก้า 3 จะถูกเปลี่ยนไปเป็น อีโคซานอยด์ชนิดดี ที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ดังนั้น ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน อาหารทอด อาหารมันต่างๆ จึงพบว่ามีความต้องการน้ำมันปลาที่สูงกว่าคนทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดอักเสบและอุดตันในอนาคต
เป็นไฟโตนิวเทรียนท์ หรือ สเตอรอลที่ได้จากพืช ด้วยความที่มีโครงสร้างคล้ายคอเลสเตอรอล ทำให้ Phytosterols สามารถไปจับกับตัวรับ หรือ ไมเซลล์ที่ใช้ในการดูดซึมคลอเลสเตอรอลในลำไส้ ทำให้จำนวนไมเซลล์ที่จะใช้ในการดูดซึมคลอเลสเตอรอลลดน้อยลง จึงลดระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกายได้ มีการศึกษาพบว่าการรับประทาน Phytosterols 2 กรัมต่อวัน สามารถลดระดับ LDL-cholesterol ลงได้ 8-10%
เป็นสมุนไพรขึ้นชื่อที่นิยมนำมาดูแลเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด เนื่องด้วยในกระเทียมมีสารสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะ S-Allylcysteine (SAC) และ Allicin ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแรง ช่วยลดการเกิดภาวะ oxidative stress จึงทำให้ไขมันชนิด LDL-cholesterol ไม่เปลี่ยนรูปเป็นไขมันเลว (Oxidized LDL cholesterol) ไปเกาะตามหลอดเลือด นอกจากนี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ, ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และ ลดไขมันคอเลสเตอรอลที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวได้ แต่การทานกระเทียมสดนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยสารสำคัญในกระเทียมสดจะเกิดขึ้นได้ ต้องตีกระเทียมสดให้แตกก่อนและรอให้ทำปฏิกิริยากับอากาศ และสารนั้นก็จะสูญสลายไปอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น นอกจากนั้นกระเทียมสดยังอาจเกิดการระคายในกระเพาะได้อีกด้วย
เป็นกรดไขมันที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นเองได้ ถูกเรียกว่าเป็น “Universal Antioxidant” เพราะสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและไขมัน จึงมีความสามารถแพร่เข้าไปได้ในทุกเซลล์ของร่างกายเพื่อไปกำจัดอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็น Metabolic Antioxidant ช่วยดึงน้ำตาลในเลือดไปผลิตเป็นพลังงาน จึงสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย
เป็นสารอาหารคุ้นหู ที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจแค่เพียงว่าเป็นสารอาหารเพื่อความงาม แต่แท้จริงแล้ว โคเอนไซม์คิวเทน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ไมโตรคอนเดรีย (Mitochondria) ที่เปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ มีหน้าที่ในการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ โดยการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ผ่านทางกระบวนการที่มีชื่อว่า Kreb’s cycle ดังนั้น อวัยวะที่ต้องใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลาอย่างเช่น หัวใจ สมอง และ ต่อมหมวกไต จึงมีความต้องการ โคเอนไซม์คิวเทน เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ โคเอนไซม์คิวเทน ยังเหมาะกับผู้ที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่ม statin เนื่องจาก ยากลุ่มนี้ มีผลต่อการสร้างโคเอนไซม์คิวเทนในร่างกาย จึงพบว่าผู้ที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่มนี้ มักเกิดอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อตามมา
เป็นวิตามินที่ช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยช่วยควบคุมระดับสารโฮโมซีสเตอีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนตัวหนึ่ง ที่เกิดจากขบวนการย่อยเมตไธโอนีนในร่างกาย และมีความเป็นพิษต่อเซลล์เยื่อบุของผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว และยังพบว่าระดับโฮโมซีสเตอีนที่สูงขึ้น มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีงานวิจัยว่า วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 และ วิตามินบี 9 (โฟเลท) ช่วยทำให้โฮโมซิสเตอีนสลายตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงป้องกันพิษของมันได้
โพลีโคซานอล เป็นสารอาหารจากธรรมชาติ ที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม Statin จึงช่วยลดการสร้างคลอเลสเตอรอลที่ตับได้ เช่นเดียวกับยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม Statin มีการศึกษาพบว่า โพลีโคซานอล ขนาด 10 มิลลิกรัมต่อวัน มีประสิทธิภาพในการลดระดับ L-cholesterol ได้เทียบเท่ากับยา Simvasstatin และ Pitavastatin ในขนาดเดียวกัน แต่ผู้ที่รับประทาน โพลีโคซานอล จะได้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่า
โครเมียม พิโคลิเนต เป็นแร่ธาตุที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญกลูโคส ให้เป็นพลังงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ ทำให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สูง หรือต่ำ จนเกินไป ซึ่งพบว่า หากร่างกายขาดโครเมียม ก็จะทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง หรือมีคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอร์ไรด์ ในเลือดสูงได้
ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Vitech VASIFLO 30 แคปซูล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วาซิโฟล (ตรา ไวเทค) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยในการไหลเวียนของหลอดเลือด ถ้าหลอดเลือดสะอาดและแข็งแรง เป็นวิตามินที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยช่วยควบคุมระดับสารโฮโมซีสเตอีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนตัวหนึ่งที่เกิดจากขบวนการย่อยเมตไธโอนีนในร่างกาย และมีความเป็นพิษต่อเซลล์เยื่อบุของผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว
