ความลับของสารต้านอนุมูลอิสระ

ร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระตลอดเวลา

9 ความลับที่คุณยังไม่รู้

สารต้านอนุมูลอิสระ

เพราะร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระตลอดเวลา นับเป็นล้านล้านตัวทุกวินาที เราจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอ

เรารู้ตั้งแต่เด็กว่า เมื่อหายใจเข้า เราจะได้รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และเมื่อหายใจออก จะปล่อยเป็นของเสีย คือ คาร์บอนไดออกไซด์ ออกมา  แต่มีสักกี่คนที่รู้ว่า เพียงแค่เราหายใจเข้าและออก ร่างกายของเราได้สร้างกระบวนการที่สำคัญยิ่งนานับประการ เพราะชีวิตของเรานั้นอยู่ได้และดำเนินไป โดยใช้พลังงานสำหรับการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดสมดุลกับสภาพแวดล้อม กระบวนการปรับตัวทางชีวภาพนี้เกิดขึ้นนับล้านล้านครั้งต่อวินาทีต่อเซลล์  เนื่องจากร่างกายต้องสร้างพลังงานตลอดเวลา จึงต้องใช้สารอาหารที่ให้พลังงาน เอนไซม์ วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราต้องหายใจนำออกซิเจนเข้าไป เพื่อทำการสันดาปพลังงาน กระบวนการนี้ เราเรียกสั้น ๆ ว่า ออกซิเดชั่น (Oxidation) และแน่นอนว่า การออกซิเดชั่นในแต่ละครั้ง จะมีของเสียเกิดขึ้นในร่างกายของเรา ของเสียที่เกิดจากการสันดาปนั้น ถูกเรียกว่า “อนุมูลอิสระ” (Free Radical)  ในเมื่อเราใช้พลังงานตลอดเวลา เกิดออกซิเดชั่นตลอดเวลา จึงทำให้เกิด อนุมูลอิสระ ตลอดเวลา นับเป็นล้านล้านตัวทุกวินาที ในร่างกายของเราเช่นเดียวกัน

สารบัญ

ความลับที่ 2. ร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระตลอดเวลา​

อนุมูลอิสระ จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายเป็นปกติ เป็นปฏิกริยาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ กระทบกันเป็นทอด ๆ เนื่องจาก อนุมูลอิสระ เป็นอะตอม หรือโมเลกุลที่มีอิเลคตรอนที่ขาดคู่ อนุมูลอิสระไม่มีความเสถียร และจำเป็นต้องจับคู่โมเลกุลข้างเคียง เพื่อทำให้ตนเองเสถียรขึ้น ทำให้โมเลกุลข้างเคียงเกิดปฏิกริยาต่อเนื่องกันไปเป็นลูกโซ่ อนุมูลอิสระเป็นวายร้ายที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายในระดับเซลล์  สารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีความจำเป็น และเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการต่อต้านการเจ็บป่วย และโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา อนุมูลอิสระที่เกิดจากปฏิกริยาออกซิเดชั่นของออกซิเจนไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว มันสามารถเกิดปฏิกริยาลูกโซ่ โดยเริ่มตั้งแต่

เป็นอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด พบได้มากที่สุด ซึ่งโดยปกติ อนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์จะถูกจับกินโดย ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (Superoxide dismutase ; SOD) อย่างรวดเร็ว การจับกินนี้เราเรียกว่า กระบวนการขจัดพิษ (Detoxification)   หากกระบวนการขจัดพิษนี้เกิดขึ้นไม่เร็วพอ (เพราะ SOD ไม่เพียงพอ) ซุปเปอร์ออกไซด์จะพยายามทำลายผนังเซลล์จนถึงโครโมโซม ทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งได้  ดังนั้น ร่างกายจะต้องผลิต หรือรับ SOD ให้เพียงพอต่อการขจัดพิษในร่างกาย  และการที่ร่างกายจะผลิต SOD ได้ ต้องอาศัยแร่ธาตุต่างๆ เช่น ทองแดง, สังกะสี และแมกนีเซียม

เป็นผลผลิตจากการที่ ซุปเปอร์ออกไซด์ ถูก SOD จับกิน  อนุมูลอิสระไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์นี้ มีความสามารถในการทำลายดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งมีข้อมูลที่จะสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ เป็นเซลล์มะเร็งได้  และยังมีความสามารถทำปฏิกริยาออกซิเดชั่นกับไขมันความหนาแน่นต่ำ (LDL) ในเลือดของเรา ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็ง และอุดตัน อีกด้วย  โดยที่ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ จะถูกทำลายได้โดย เอนไซม์คะตาเลส (Catalase) หรือ กลูตาไธโอน เปอร็อคซิเดส (Glutathione peroxidase) ซึ่งร่างกายต้องการซีลีเนียม (Selenium) และ แอล-ซิสเตอีน (L-Cystein) ในการสร้าง และเสริมประสิทธิภาพของกลูตาไธโอน

หากกลูตาไธโอนไม่สามารถทำลายอนุมูลอิสระไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ได้ ก็จะเกิดอนุมูลไฮดรอคซิลขึ้น ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อเซลล์มากที่สุด และเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมาก ซึ่งอนุมูลอิสระชนิดนี้ถูกกำจัดได้ด้วยเมไธโอนีน รีดัคเตส (Methionine reductase) และ โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) ซึ่งสกัดได้จากเมล็ดองุ่นและเปลือกสน

เป็นอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น เมื่อออกซิเจนถูกรังสีจากดวงอาทิตย์ พันธะของออกออกซิเจนจะแตกตัวออก กลายเป็นออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว ซึ่งถือเป็นสารที่ก่อให้เกิดการเสียหายเครียดเค้นต่อร่างกาย  มีอันตรายต่อข้อ ทำให้เกิดการอักเสบของดวงตา ทำให้เกิดต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม สารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว ได้แก่ สารในกลุ่มคาร์โรทีนอยส์ เช่น ไลโคปีน ลูทีน ฯลฯ

อนุมูลอิสระทำร้ายเซลล์ส่วนใด

อนุมูลอิสระทำร้ายเซลล์ส่วนใด

อนุมูลอิสระทั้ง 4 ชนิดข้างต้น ยังก่อให้เกิด “การเสียหายเครียดเค้นต่อร่างกาย (Oxidative Stress)” โดยเฉพาะหากอนุมูลอิสระไม่ได้ถูกกำจัดออกได้ทัน หรือมีสภาวะที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นมากจนเสียสมดุลย์ จะทำให้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น มะเร็งเกือบทุกชนิด  ความจำเสื่อม ข้อเสื่อม ต้อกระจก เบาหวาน หลอดเลือดแข็ง และโรคแห่งความชรา โดยอนุมูลอิสระจะไปทำร้ายส่วนต่างๆ ของเซลล์ ดังนี้

  • ทำให้ผนังเซลล์ฉีกรั่ว หรืออุดตัน ทำให้เซลล์มีอายุสั้นลง หรือตายก่อนวัยอันควร
  • ทำอันตรายต่อดีเอ็นเอของยีน ทำให้ข้อมูลการแบ่งตัวของเซลล์สับสน เกิดการกลายพันธุ์ได้
  • ทำให้เกิดกระบวนการ Lipid Oxidation ซึ่งจะทำให้ไขมันที่ความหนาแน่นต่ำ (LDL) ในร่างกายของเราเกิดการออกซิเดชั่น เป็นเหตุให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัว และอุดตัน
  • ขัดขวางกระบวนการผลิตพลังงานของเซลล์ไมโตคอนเดรีย (ไมโตคอนเดรีย คือแหล่งพลังงานของเซลล์) ทำให้เซลล์ผลิตพลังงานลดลง ร่างกายจะอ่อนเพลีย และมีความต้านทานโรคได้น้อยลงเช่นกัน
  • ทำลายผนังไลโซโซม ซึ่งเป็นหน่วยของเซลล์ ที่มีหน้าที่ผลิตเอนไซม์ เมื่อผนังเสียหาย เอนไซม์ภายในจึงออกมาย่อยกินส่วนต่างๆ ภายในเซลล์ ทำให้เซลล์เกิดความเสียหายตามไปด้วย

หน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระ

ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย

ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา และป้องกันสารโลหะบางชนิดไม่ให้เริ่มปฏิกริยาที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายของเรา

ขจัดอนุมูลอิสระที่ยังหลงเหลือ

ขจัดอนุมูลอิสระที่ยังหลงเหลือในร่างกาย แค่การเผาผลาญอาหารปกติของเราก็เกิดอนุมูลอิสระแล้ว การกำจัดอนุมูลอิสระที่ตกค้าง จึงยังเป็นเรื่องจำเป็น แม้เราจะมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ในวันนี้ก็ตาม

ยับยั้งการเกิดปฏิกริยาลูกโซ่

ยับยั้งการเกิดปฏิกริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ เรียกได้ว่า ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์เลยทีเดียว

ขจัดและทดแทนโมเลกุลที่ดับ

ขจัดและทดแทนโมเลกุลที่ดับ หรือเสียหายเกินกว่าที่ร่างกายจะซ่อมแซมได้เอง กำจัดสารที่ไม่ดี ที่เกิดจากอนุมูลอิสระออกไป

เรารู้แล้วว่า กระบวนการออกซิเดชั่น ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งก่อให้เกิดโทษ และโรคต่างๆ แก่ร่างกายได้อย่างไร ฉะนั้น จงอย่าแปลกใจ เมื่อบางคนเป็นโรคตั้งแต่อายุไม่มาก แต่ในบางคนที่อายุไม่ได้มากไปกว่ากัน กลับมีสุขภาพที่ดี ผิวผุดผาดผ่องใส แลดูสุขภาพดีกว่า แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของการรับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเพียงพอ ร่างกายจึงเกิดการกำจัดพิษออกได้ทัน

แต่ร่างกายของเราไม่ได้มีแค่กระบวนการออกซิเดชั่นที่ก่อให้อันตรายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อนุมูลอิสระที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเรายังสามารถก่อให้เกิดปฏิกริยาอีกชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า ไกลเคชั่น (Glycation) ซึ่งทำให้เกิดสารแห่งความเสื่อมชรา แก่เซลล์ร่างกายของเรา แต่โชคดีที่ร่างกายเรายังมีปฏิกริยา เมทิลเลชั่น (Methylation) ที่คอยชลอความเสื่อมชรานี้ไว้ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ตัวช่วยต่าง ๆ ในร่างกายของเราก็ลดน้อยถอยลง เราจึงควรให้ร่างกายได้รับ สารอาหาร ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายของเรามีความสมบูรณ์ แข็งแรง ต้านโรค ได้ดีอยู่เสมอ

สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ หาได้จากที่ไหน

  • บล็อคโคลี่
  • เปลือกมังคุด
  • แอสตราแซนทีน
  • เมลอน
  • Sea buckthorn
  • Acerola Cherry
  • ขมิ้นชัน
  • Co Q10
  • เมล็ดองุ่น

หากพิจารณาให้ดี จะเห็นได้ชัดเจนว่า การรับสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกาย ตามรายละเอียดข้างต้น บางชนิดสามารถบริโภคได้โดยตรง เป็นอาหาร แต่บางชนิดไม่สามารถรับประทานโดยตรงเข้าสู่ร่างกายได้ แม้ในส่วนที่เป็นประโยชน์จะทรงอานุภาพในการกำจัด หรือทำลายล้างอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดก็ตาม  และบางชนิดเมื่อรับประทานโดยตรง กลับมีสารประกอบอื่นในตัวองมันเอง ที่ก่อให้เกิดโทษ จึงจำเป็นต้องสกัดสารที่เป็นพิษบางชนิดออกไป ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องทานในรูปแบบของสารสกัด ที่คงเหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยที่สุดแก่ร่างกาย

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Radimix-เรดิมิกซ์-ลดสารอนุมูลอิสระ

Vitech RADIMIX 30 แคปซูล

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เรดิมิกซ์ (ตรา ไวเทค) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับ ลดสารอนุมูลอิสระ แบบครบวงจร และยังช่วยปกป้องอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายเซล์ในร่างกายเราได้อย่างเข้มแข็ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น