9 ความลับที่คุณยังไม่รู้
ภูมิต้านทาน
การมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง เป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคที่ดีที่สุด และถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ธรรมชาติมอบให้แก่สิ่งมีชีวิต แต่น่าเสียดาย ที่ไม่ใช่ทุกสิ่งมีชีวิตจะสามารถคงระดับความแข็งแกร่งของภูมิต้านทานตัวเองได้ตลอดเวลา
การมีภูมิต้านทานที่ดี หมายถึง การมีระดับความแข็งแกร่งภายในร่างกายในระดับที่ดี และต้องดีอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะในแต่ละวันเราได้รับสิ่งต่างๆ จากปัจจัยภายนอกที่แปลกปลอม เข้าสู่ร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น อาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละคำ หรือแม้กระทั่ง อากาศที่เราหายใจเข้าสู่ร่างกาย เรียกได้ว่า ตลอดเวลาเราสัมผัสมลภาวะโดยที่เราไม่รู้ตัว เช่น สารเคมี ควัน ไอเสีย ยาฆ่าแมลง หรือเชื้อโรคต่างๆ เชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น
แม้ว่า โดยธรรมชาติ ร่างกายจะคอยกำจัดสารที่ก่อพิษ หรือก่ออันตราย เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่เมื่อโรคเสื่อมซึ่งมาพร้อมวัยที่มากขึ้น ทำให้เกิดปัจจัยต่างๆ ในการส่งเสริมให้ภูมิต้านทานของเราลดน้อยลงไป เช่น นิสัยการใช้ชีวิตบางอย่างของเรา การอดนอน อดอาหาร ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ การได้รับตัวยาบางชนิด เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด การฉายแสง หรือการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะเป็นการทำลายเหล่าทหารในร่างกาย อย่างเม็ดเลือดขาว หรือ จุลินทรีย์ตัวดี ทำให้มีปริมาณไม่มากพอที่จะกำจัดเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้หมด เมื่อใดก็ตามที่เชื้อโรคเข้าโจมตีร่างกายของเราได้ เมื่อนั้น ถือว่าร่างกายของเราพ่ายแพ้ในสงคราม จึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ขึ้นในที่สุด
ในความมหัศจรรย์ของร่างกายของเรา เมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะเริ่มต้นทำงานในทันที โดยการส่งภูมิคุ้มกันแนวหน้าออกมา มีชื่อว่า แมคโครฟาจ ทำหน้าที่เป็น หน่วยลาดตระเวนจอมเขมือบ คอยจับกินสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้ามาในร่างกาย รวมทั้งเซลล์มะเร็ง และ ยังมี NK Cell หรือ Natural Killer Cell ที่เป็นเสมือน หน่วยเซลล์เพชรฆาต ที่สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย และเปิดฉากโจมตีได้อย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้ว แมคโครฟาจ จะเป็นแม็ดเลือดขาวที่ค่อนข้างเฉื่อยช้า และจะทำงานต่อเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแปลกปลอม ซึ่งบางครั้งอาจไม่เร็วเพียงพอ ในขณะที่ NK Cell มีความรวดเร็ว และรับรู้ได้เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นมา และสามารถตรงเข้ากำจัดออกจากร่างกายได้ในทันที
คงจะดีไม่น้อย หากเราสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มปริมาณ ทหารคุ้มกันเหล่านี้ได้
สารบัญ
ความลับที่ 4. ร่างกายต้องมีภูมิต้านทาน
ในปัจจุบันมีการศึกษามากมายที่พบว่า สารที่สามารถเพิ่มภูมิต้านทานแบบธรรมชาติ ให้แก่ร่างกาย ซึ่งมีสมรรถภาพสูงสุด และปลอดภัย เท่าที่วงการวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน จะค้นพบได้ นั่นคือ การค้นพบ เบต้า กลูแคน (Beta Glucan)
เบต้ากลูแคน กับ ภูมิต้านทาน
เบต้ากลูแคนช่วยเพิ่มพลังให้เม็ดเลือดขาว
เบต้า กลูแคน ช่วยกระตุ้นการทำงานของแมคโครฟาจ ให้มีความขยันขันแข็ง ไม่ต้องรอให้มีเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมมากระตุ้น ทำให้แมคโครฟาจพร้อมทำงานตลอดเวลา ในกรณีที่ร่างกายเกิดสภาวะที่ภูมิต้านทานถูกทำให้อ่อนแอลง ด้วยการขาดการพักผ่อน ความเครียด การทำงานต่อเนื่องอย่างหนัก หรือมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายเป็นเวลานานๆ จึงทำให้เม็ดเลือดขาวมีความอ่อนล้า เกิดสภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จนร่างกายมิอาจต่อต้านการรุกรานของเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นได้
เบต้ากลูแคนช่วยให้เม็ดเลือดขาว เห็นเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
เบต้ากลูแคน มีประโยชน์อย่างมากในการป้องกัน และช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง ร่างกายที่ได้รับเบต้ากลูแคน จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ฉลาดขึ้น แมคโครฟาจที่ปกติจะค่อนข้างเชื่องช้า จะมีความตื่นตัว และว่องไวมากขึ้น จึงสามารถตรวจจับเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น และสามารถกำจัดเซลล์ร้ายนั้นออกไปได้เร็วขึ้น ก่อนที่จะมีขยาย หรือพัฒนาขึ้นเป็นโรคมะเร็งจนตรวจพบได้
โดยปกติแล้ว เม็ดเลือดขาว จะเข้าใจว่า เซลล์มะเร็ง เป็นเซลล์ปกติของร่างกาย เนื่องจาก แท้จริงแล้วเซลล์มะเร็ง ก็คือ เซลล์ปกติ ที่ถูกปัจจัยบางอย่างทำให้ขั้นตอนการแบ่งตัวผิดเพี้ยนไป และพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็ง ดังนั้น จึงมีดีเอ็นเอที่เหมือนเซลล์ปกติ เว้นเสียแต่เมื่อเซลล์มะเร็งนั้นพัฒนาตัวเองจนเกิดความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ภูมิคุ้มกันของคนทั่วไปจึงจะเริ่มตรวจจับเซลล์มะเร็งนั้นได้ แล้วจึงเริ่มเข้ามาทำลาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่ทันการณ์ เพราะนั่นแปลว่า เซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว
เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ว่า เมื่อร่างกายได้รับเบต้ากลูแคน แล้ว เบต้ากลูแคน จะไปจับกับตัวรับบนผิวของแมคโครฟาจ ที่เรียกว่า Dectin-1 และจับกับตัวรับที่อยู่บนผิวของหน่วยเซลล์เพชรฆาต (NK Cell) ที่ชื่อ CR-3 (Complement receptor 3) ผลคือ เซลล์แมคโครเฟจที่ปกติจะอยู่อย่างสงบและเชื่องช้า จะตื่นตัวว่องไวมากขึ้น มีเป้าหมายที่จะออกค้นหา ตรวจจับ และทำลายเซลล์มะเร็ง (ซึ่งเมื่อก่อนจะไม่สนใจเลย ต้องรอถูกกระตุ้น) มีความขยันขันแข็งในการออกตรวจจับ ทำลายเซลล์มะเร็ง เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Seek and Destroy
นอกจากความว่องไวและขยันขันแข็งที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว หลังจากแมคโครฟาจจับเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งจะถูกกิน และถูกย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อกำจัดเซลล์นั้นแล้ว แมคโครฟาจจะแสดงสัญลักษณ์บนตัวของมันเอง เพื่อส่งสัญญาณให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นๆ เช่น T-Cell และ B-Cell เรียนรู้จักหน้าตาของเซลล์มะเร็งที่เป็นอันตราย และช่วยกันผลิตแอนติบอดี้ ให้ไปเกาะที่ผิวของเซลล์มะเร็งที่เหลือ ทำให้เซลล์ภูมิต้านทานที่ร่างกายมีอยู่ มองเห็นเซลล์มะเร็ง และเข้าไปรุมทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลือ ให้สิ้นซากลงไปได้
ดังนั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม เบต้ากลูแคน จึงเป็นที่ยอมรับในด้านการเพิ่มภูมิต้านทานกันอย่างกว้างขวาง การได้รับเบต้ากลูแคนเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กลไกการเลียนแบบธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย เรียกได้ว่า เป็นการค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ ที่ช่วยให้ระบบภูมิต้านทานอันน่ามหัศจรรย์ของมนุษย์ทำงานได้อย่างดีมากขึ้นไปอีก
ด้วยความสามารถดังที่กล่าวมาในข้างต้น เบต้ากลูแคนจึงเป็นหนึ่งในอาหารที่เราควรจะบริโภคเพิ่ม เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้เเข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันสูงสุด
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
เพื่อให้เบต้ากลูแคน สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ เรามาทำความรู้จักเพื่อนๆ ของเบต้ากลูแคนกันสักหน่อย
เบต้ากลูแคน มีหลากหลายโครงสร้าง แตกต่างกันตามแหล่งที่มา เช่น เห็ด ยีสต์ แบคทีเรีย สาหร่าย ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ เป็นต้น โดยโครงสร้างที่ได้คะแนนสูงสุดในด้านการเพิ่มภูมิต้านทาน คือ เบต้า1,3/1,6 กลูแคน (Beta 1,3/1,6 glucan) ที่สกัดได้จากเห็ด และผนังเซลล์ของยีสต์
ถึงแม้ว่าเบต้ากลูแคนที่ได้จากเห็นและยีสต์ จะมีโครงสร้างเป็น เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน เหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างกันตรงที่ เบต้ากลูแคนที่ได้จากเห็ด จะเป็นโครงสร้างสายสั้น ทำให้มีการละลายน้ำได้ดี แต่ในขณะที่ เบต้ากลูแคนที่ได้จากยีสต์ จะเป็นโครงสร้างสายยาว ซึ่งอาจจะพบส่วนของกลูแตน ติดมาที่ปลายสายของโครงสร้างได้ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้
โรสฮิป หรือ ผลกุหลาบป่า มีลักษณะเป็นผลสีแดงส้ม โรสฮิปเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี, วิตามินเอ, วิตามินบี 3, วิตามินดี และ วิตามินอี จึงเป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูงมาก จนเคยถูกนำไปใช้ในการรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ในสมัยสงครามโลกทั้งที่ 2 มาแล้ว และเนื่องจากโรสฮิป มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง เนื่องจาก ประกอบไปด้วยสารประกอบในกลุ่ม Polyphenolic เช่น Proanthocyanidins และ Flovonoids จึงช่วยป้องกันเซลล์ต่างๆ ไม่ให้ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และยังมีฤทธิ์ในการยับยั้ง และลดการอักเสบของเซลล์ ทำให้เซลล์มีความแข็งแรง ไม่ถูกทำลายโดยง่าย
การรับประทานวิตามินซีร่วมกับเบต้ากลูแคน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนได้ เนื่องจาก โดยปกติแล้ว ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวแมคโครฟาจ จะมีวิตามินซีสูงกว่าภายนอกเซลล์ถึง 40 เท่า และปริมาณวิตามินซีที่อยู่ภายในเซลล์มีผลต่อการเคลื่อนไหว และการจับกินเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของเรา ดังนั้น การรับประทานวิตามินซี นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนแล้ว ยังช่วยเสริมให้การของทำงานของแมคโครฟาจ ให้กลับมามีประสิทธิภาพดีได้
มีงานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจับกินสิ่งแปลกปลอม ของเม็ดเลือดขาว ในกลุ่มที่รับประทานวิตามินซี เพียงอย่างเดียว เทียบกับ กลุ่มที่รับประทานวิตามินซีพร้อมเบต้ากลูแคน พบว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวของกลุ่มคนที่รับประทานวิตามินซีร่วมกับเบต้ากลูแคน มีประสิทธิภาพในการจับกินสิ่งแปลกปลอมได้ดีกว่า
ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Vitech BETA GLUCAN 30 แคปซูล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้ากลูแคน พลัส โรสฮิป (ตรา ไวเทค) เบต้ากลูแคนที่มีสรรพคุณที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัยสูงสุด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องและกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวอย่างมีประสิทธิภาพ
